แกะขาว แกะดำ

                ลองจินตนาการดูว่า คุณเป็นแกะน้อยสีน้ำตาล ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแกะ เท่าที่เห็นในบ้านคุณก็เห็นแต่แกะสีขาวรอบๆตัวคุณไปหมด ตั้งแต่เล็กๆ ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอาของคุณก็เป็นแกะสีขาว ทุกๆตัวเป็นแกะสีขาว คุณก็คงรู้สึกแปลกใจ และคงถามว่าทำไมเราถึงเป็นสีน้ำตาลอยู่หนา
                เมื่อคุณถามแม่แกะ แม่แกะก็บอกว่า ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวอีกหน่อยลูกก็จะได้เป็นแกะสีขาวแล้ว จะได้มีขนเอาไว้ขายแลกกับหญ้าเอาไว้กินกันอย่างไรล่ะ
 

                เวลาผ่านไปจนกระทั่งคุณเริ่มที่จะอยู่คนเดียว ดูแลตัวเองได้แล้ว แม่แกะก็ส่งคุณเข้าโรงเรียนแกะ
                ในระหว่างที่คุณเดินเข้าโรงเรียน คุณก็เห็นลูกแกะตัวอื่นๆอีกมากมายหลายสีเลย ที่เดินจูงมือมากับพ่อแกะ แม่แกะสีขาว คุณก็คงคิดในใจว่า โห อีกหน่อยเราคงจะได้โตเป็น ผู้ใหญ่ ที่มีสีขาวอย่างนั้นบ้างเนอะ ลูกแกะคิดอยู่ในใจ พร้อมกับอมยิ้ม
                ในกระบวนการเรียนการสอนของโรงเรียนแกะ มีกระบวนการเดียวก็คือ ยืนอยู่บนสายพานที่ทอดมาจากหน้าโรงเรียน ผ่านกระบวนการ ยัดเยียด สีขาว พ่นใส่ หลายๆครั้ง โดยที่แกะน้อยอย่างคุณก็ได้แค่นั่งๆนอนๆบนสายพานไปเฉยๆ และตัวก็เป็นสีขาวจากการที่ถูกพ่นสีใส่หลายๆครั้ง นึกๆดูคงเหมือนเวลาเอารถไปทำสี บางจุดที่สีตก เขาก็จะพ่นใส่ซ้ำและใช้สารอะไรบางอย่างมาทาเคลือบไว้
                เมื่อตอนเย็นเสร็จจากโรงเรียน คุณก็มักอยากจะสะบัดเอาสีขาวออกจากตัว และแอบไปเล่นซุกซนกับเพื่อนเสมอ แล้วก็กลับเข้าโรงเรียนด้วยสีน้ำตาลของตัวเอง ซึ่งคุณครูก็มักจะว่าอยู่เสมอว่า ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วเมื่อไหร่จะเป็น ผู้ใหญ่ ล่ะ คุณเลยเข้าใจว่า เราต้องรักษาสีขาวเอาไว้ให้ได้เราจะได้โตเป็นผู้ใหญ่
 

                นานเข้า นานเข้า แกะน้อยอย่างคุณก็มีสีน้ำตาลที่จากลง กระเดียดไปทางสีขาว ในขณะที่มีแกะบางตัวเริ่มกลายเป็นสีคล้ำลง บางตัวกลายเป็นสีดำ
 

                แกะสีดำ มีอยู่สองแบบ แบบหนึ่งคือ แกะสีดำที่แข็งแรง ปกติดี แต่คุณครูมักจะยกอุปโลกให้เป็นหัวหน้าคุณซะอยู่เรื่อยเลย คุณมักเห็นสีดำอย่างนี้ในโทรทัศน์เวลาคุณพ่อแกะดูการถ่ายทอดสดการปราศรัยจากรัฐแกะสภา                อีกแบบหนึ่งคือ แกะสีดำที่อ่อนแอ ขี้โรค ซึ่งคุณครูแกะดูเหมือนจะอยากขับออกไปจากโรงเรียนเสียเหลือเกิน คุณพ่อ คุณแม่ของเขาก็คอยเอาแต่ด่าว่า ว่าทำไม่ไม่ตั้งใจเรียน ให้ตัวเองเป็นแกะสีขาว โตขึ้นจะได้มีอะไรกิน
                คุณสังเกตได้ว่า ยิ่งคุณครู ยิ่งพ่อแม่ ว่าเขาเท่าไหร่ เขายิ่งดำคล้ำ หมอง มากขึ้นทุกวัน ผอมก็ผอม จนคุณนึกไม่ออกเลยว่า เขาจะโตขึ้นเป็น ผู้ใหญ่ ที่ดีได้ยังไง เค้าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเปล่าก็ไม่รู้ จะหาเลี้ยงชีพอย่างไรก็ไม่รู้
 

                คุณเริ่มตั้งคำถามว่า อีแกะดำ มันเป็นใคร ทำไมมันเป็นสีดำ แล้วทำไมสีดำต้องได้เป็นหัวหน้าด้วย ขณะเดียวกันก็คิดว่า แล้วแกะสีดำที่ดูป่วยๆนั่นทำไมทุกคนต้องคอยด่าว่าเขาด้วย ทำไมเราต้องเป็นแกะสีขาวตลอดด้วย
                คุณเคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อนๆแกะเหมือนกัน แต่เพื่อนๆแกะก็มักจะให้ความเห็นว่า ก็ดีแล้วนี่ ที่อีแกะดำมันเป็นหัวหน้า เราก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก อยู่ไปวันๆหาเรื่องสนุกๆ วิ่งเล่นในทุกหญ้าดีกว่า ส่วนอีพวกขี้โรคนั่นก็ควรจะไปไกลๆอยู่แล้ว อยู่ไปก็เสียชื่อโรงเรียนเปล่า โดนไล่ออกไปได้ซะก็ดี    
 

                ด้วยความสงสัยว่า เป็นแกะดำแล้วมันแตกต่างอย่างไร คุณจึงพยายามที่จะเข้าไปพูดคุยคลุกคลีกับอีแกะดำผู้นำจ๋า เพียงแต่ เขากลับยุ่งวุ่นวายชีวิตมากเสียจนไม่มีเวลาที่จะพูดคุยอะไรกับคุณได้เลย เขาทำโน่นทำนี่มากเสียจนเขารู้แต่ว่าเขาเป็นแกะดำ คนอื่นเป็นแกะขาว แกะดำอย่างเขาเป็นฮีโร่ โรงเรียน หรือสังคมจะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีแกะดำอย่างเขา
                จริงๆแล้วคุณก็แอบชื่นชม แกะดำผู้นำจ๋าอยู่เหมือนกัน เพราะตระหนักได้ว่า สิ่งที่เขาทำก็เพื่อชุมชนแกะของเรา อย่างน้อยก็ในโรงเรียน ซึ่งสำหรับคุณ คุณรู้สึกว่า นั่นคือการทำดี เพราะเป็นการทำประโยชน์ให้คนอื่น โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน…..แล้วแกะขาวอย่างเราจะทำความดีอย่างนั้นได้ยังไงหว่า มันดูไม่มีหนทางเอาเสียเลย คุณครูก็มักแต่จะเลือกแกะดำไปทำโน่นทำนี่อยู่เรื่อยเลย
……………คุณได้แต่เก็บคำถามนั้นเอาไว้ในใจ……………….
 

                อยู่มาวันหนึ่ง คุณนั่งดูโทรทัศน์อยู่กับบ้าน เปิดไปเจอรายการ กงเกวียน ชีวิต ก็ได้ไปเห็นแกะอีกมากมายเลย ที่เป็นสีดำบ้าง สีเทาบ้าง แต่ล้วนขี้โรค และพิการไม่สามารถใช้ขนแลกหญ้ามากินได้ ในขณะนั้นเอง นักข่าวแกะขาว ก็ได้สัมภาษณ์คนที่ได้ช่วยเหลือ ซึ่งแปลกมาก ที่เขาเป็นแกะขาว แต่เป็นแกะสีขาวอมชมพู ดูน่ารักทีเดียว
                คุณเริ่มสงสัยในเรื่องสีของแกะในโทรทัศน์มากขึ้น คุณเปิดไปดูช่องกีฬา คุณก็เห็นข่าวของแกะชื่อ ยางพารา ณ ที่ดอน นักเทนนิสแกะชื่อดัง ถ้าคุณดูดีๆ เขาจะมีสีน้ำเงินอ่อนอยู่ข้างใน เป็น้ำเงินที่สดใสมากทีเดียว             
 

                ทำไมเป็นอย่างนั้นหว่า เมื่อก่อนเราไม่เคยสังเกตเลยแฮะ      คุณคิด
 

                คุณเปิดกลับไปดู กงเกวียนชีวิต อีกครั้ง คุณก็เห็นว่าแกะขาวอมชมพู มีวิธีการอะไรบางอย่างทำให้แกะที่เป็นสีเทา สีดำ กลายเป็นสีขาวขึ้นอีกครั้ง และแกะบางตัวยัง กลายเป็นมีสีอื่นนอกจากสีขาวเสียอีก เข้มขึ้นเรื่อยๆ และดูสดใสอีกด้วย นอกจากนี้ ในภาพข่าวยังเห็นด้วยว่าแกะที่ไม่ใช่สีขาว แต่มีสีเฉพาะตนเข้มๆยังทำประโยชน์ต่างๆให้ชุมชนชาวแกะที่เขาอยู่ได้อีกด้วย
 

                คุณนึกถึงตอนเด็กๆที่คุณเคยมีสีน้ำตาล ….
 

                คุณถามคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับเรื่องนี้                คุณพ่อคุณแม่คุณไม่สนับสนุนเรื่องนี้เท่าไหร่นัก และก็บอกว่า ถ้าขนเราไม่ใช่สีขาว และเราจะเอาขนไปแลกหญ้าไหนกินละลูก 
                แต่คุณก็ยังอยากรู้อยู่ดี และอยากหาทางทำสิ่งดีๆให้กับคนใกล้ๆตัวเหมือนกัน
 

…….คุณจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปหาแกะขาวอมชมพู…….
 

                ณ ที่นั้น คุณได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่แกะขาวอมชมพูทำกับ แกะดำขี้โรคนั้นก็คือ โกนขนสีดำของเขาออกทั้งหมด ถักทอเอาไว้ และแขวนเก็บไว้ และเอาขนของตนเองนั้นทักทอเป็นผ้า ให้แกะโล้นเหล่านั้นห่มเพื่อกันความหนาว จนกระทั่ง….. แกะเหล่านั้นขนกลับงอกขึ้นมา เป็นสีที่เคยเป็นมาตอนสมัยเด็กๆนั้น และแกะขาวอมชมพูก็มักชวนแกะเหล่านั้นไปทำสิ่งดีๆให้กับชุมชนชาวแกะอยู่เสมอ แต่โดยมากก็คือ จะให้แกะเหล่านั้นกลับมาช่วยเพื่อนผองแกะดำขี้โรคคนอื่นๆ ด้วยการโกนขนของตนเองทักทอเป็นผ้า ห่มให้แกะโล้นเหล่านั้น          ยิ่งแกะเหล่านั้นโกนขนของตน สีของตัวเองก็เข้ม และสดใสขึ้นเป็นลำดับ
 

                คุณได้อาสาเข้าไปช่วยแกะขาวอมชมพูเช่นกัน และทุกครั้งที่คุณโกนขน และทักทอผ้าห่มให้แก่แกะขี้โรคเหล่านั้น สีของขนของคุณก็เริ่มกลับมาเป็นสีน้ำตาล แต่จะเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่สดใส เหมือนกับสีขาวและสีน้ำตาลผสมกัน และเป็นคนที่คุณภาพดี ให้ความอบอุ่นได้มาก
               
                บัดนั้นคุณก็ตระหนักได้ว่า แม้คุณจะเป็นแกะสีน้ำตาล ไม่ใช่แกะสีดำ แต่อย่างน้อยที่สุด คุณก็สามารถทำสิ่งดีๆ ได้ด้วยการช่วยโกนขนที่ทำให้เพื่อนแกะของคุณป่วย และถักทอขนของตนเอง ห่มให้ความอบอุ่นกับเพื่อน หรือคนใกล้ตัวได้เสมอ……
 

                …..เมื่อคุณกลับไปที่โรงเรียนของคุณ คุณกลับไปด้วย สีน้ำตาลสว่าง ขนเป็นเงางามสะดุดตาแกะหลายตัว โดยเฉพาะคุณครูของคุณ คุณเล่าสิ่งที่คุณเผชิญมาให้คุณฟัง และคุณก็เสนอให้โรงเรียนช่วยเหลือเพื่อนแกะสีดำขี้โรคด้วยวิธีการต่างๆ ดังที่คุณได้ประสบมา……
 

                บัดนั้น คุณก็เลือกรวมทีมจากเพื่อนแกะขาวๆ ของคุณนั่นล่ะ และมานั่งพูดคุยคิดวางแผนกัน เป็นธรรมดา เหมือนเวลาที่คุณเป็นคน เวลาคิดมากๆ บางทีผมก็จะร่วง แต่พวกแกะนี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย ยิ่งคิด ขนก็ยิ่งร่วง บางทีแกะในทีมก็แอบเหนียมอายที่ ขนตัวเองเริ่มบาง เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ แต่ในเวลาไม่นาน ขนสีที่สว่างสดใสกว่าเดิม ตามสีที่ตนเป็นแต่เด็กก็ค่อยๆงอกขึ้นมา
 

                 ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง ในโรงเรียนมีแกะสีสดใสมากขึ้น แกะสีสดใส หลายตัวเริ่มเข้าไปช่วย แกะดำผู้นำจ๋า ทำโน่นทำนี่ อีกหลายตัวไปทำสิ่งอื่นๆที่ตัวเองถนัด ยิ่งทำมาก สีของตัวเองก็ยิ่งสดใส ขนก็ยิ่งเป็นเงางาม ….
 

                เมื่อคุณจบจากโรงเรียนแกะ คุณพบว่า คุณและเพื่อนๆหลายๆสี รวมทั้งสีดำ เป็นที่ต้องการตัวมากกว่าแกะตัวอื่น แน่นอนว่า มากกว่าแกะขาว และขนของคุณทำให้คุณได้หญ้ามากินมากกว่าคนอื่นอีกด้วย ….. แต่คุณก็ไม่ลืมที่จะโกนขนให้กับแกะตัวอื่นที่ต้องการความอบอุ่นหลังจากโกนขนสีดำที่อาจขึ้นมามากน้อยต่างกัน เพราะคุณรู้ว่า นอกจากจะทำให้แกะตัวอื่นกลับมามีสีสดใสเหมือนเดิมแล้ว คุณเองก็มีความสดใสยิ่งขึ้นไปอีกด้วย
 

                แม้ว่าเพื่อนของคุณบางคนอาจจะลืมจุดนี้ไปและขนค่อยๆซีดลง บางคนกลับไปเป็นสีขาวเหมือนเดิมเลยก็ตาม …..
 

 

                ฉะนั้น อย่าลืมที่จะโกนขนของตัวเอง เพื่อถักทอเป็นเสื้อผ้าห่มให้ความอบอุ่นกับแกะขี้โรคที่ต้องโกนขนตัวเองทิ้งอยู่เสมอ และอย่าลืมชวนเพื่อนๆของคุณมาทำด้วยกัน
 

                ท้ายที่สุดแล้วโลกนี้ไม่สามารถสวยงามได้ ด้วยสีเพียงแค่ขาวกับดำ และเพียงสีขาวกับดำ ก็ไม่สามารถทำให้โลกเป็นโลกที่เป็นธรรมชาติได้ เพราะโลกนี้มีหลากสีสัน โลกนี้ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ของสิ่งที่หลากหลาย……หากปราศจากความหลากหลาย โลกจะเป็นโลกที่ปกติไม่ได้   และหากสีที่หลากหลายอยู่ผิดที่บนภาพ ภาพก็อาจจะไม่สวยนัก แต่เมื่อใดที่สีแต่ละสีอยู่บนภาพอย่างถูกตำแหน่ง ไม่ข่มกัน แต่เสริมกันแล้ว ภาพนั้นก็จะสวยงามได้ ไม่ต่างอะไรกับโลกที่สิ่งที่หลากหลายมีความสัมพันธ์กันอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
 

                ……. แล้วคุณล่ะ รู้สีของตัวเองหรือยัง              รู้จุดที่ตัวเองจะยืนบนสังคมนี้เพื่อร่วมกันสร้างภาพสังคมที่สวยงามหรือยัง………….                

Leave a Reply