นักศึกษากับกิจกรรม

เวลาพูดถึง “นักศึกษากับกิจกรรม” ผมอยากให้มองและชี้เฉพาะอย่างละเอียดหน่อยครับ
เพื่อให้เราได้เข้าใจได้ชัดขึ้นว่า ในความหมายของคำๆ นั้น มันแฝงความหมายอะไรบ้าง

  1. นักศึกษา กับ กิจกรรม - หมายถึงนักศึกษาอยู่ฝากตรงข้ามของกิจกรรม ซึ่งยังไม่มีกระบวนการใดๆ ที่จะทำให้ทั้งสองฝั่งได้มาเจอกันอย่างจริงจังเสียที!
  2. นักศึกษาที่อยู่ฝั่งกิจกรรม - ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาที่มีความสนใจในเรื่องการทำกิจกรรม จะเป็นฝ่ายเดินข้ามฝั่งเข้าหากิจกรรมเอง ซึ่งเราเคยอุปโลกตัวเลขกันไว้ว่า มันไม่มีถึง 10% ของจำนวนนักศึกษาในอุดมศึกษาทั้งระบบ กิจกรรมที่เกิดจากข้อ (2) เช่น องค์การนิสิต สภา ชมรม
  3. กิจกรรมที่เข้าหานักศึกษา - เรามักจะมองว่าเป็นกิจกรรมภาคบังคับ ยังงัยเสียนักศึกษาจะต้องโดนเข้า ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เช่น งานรับน้อง งานไหว้ครู แต๊งพี่ บายเนียร์

ประเด็นทั้งสามข้อนี้ น่าสนใจก็คือ ข้อ (2) และ (3) ต่างมีการพัฒนารูปแบบและวิธีการจัดกิจกรรมได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรื่องคน เรื่องความรู้สึก เรื่องงบ ทำให้ทั้งสองข้อนี้ดูจะไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ หากเทียบกับความว่างเปล่าในข้อ (1) ซึ่งแทบไม่มีการประชาสัมพันธ์ การบอกกล่าวในชั้นเรียน การปลูกฝังค่านิยมใดๆ ที่ให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจกิจกรรม ทั้งสาระ บันเทิง อาสา สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ

ถ้าผู้ใหญ่ยังเข้าใจอะไรกันอยู่ผิดๆ ที่ว่าการเรียนดี มีอนาคต จบไปแล้วมีงานทำ ร่ำรวย วงศ์ตระกูลมีชื่อเสียง จะกลับมาเลี้ยงดูในยามแก่เฒ่า ผมขอให้ท่านทั้งหลายเข้าใจใหม่เสียว่า จำนวนนักศึกษาที่เก่งกาจเรื่องวิชาการและเข้าสู่สังคมได้อย่างเต็มภาคภูมินั้น เป็นเปอร์เซนต์ที่น้อยกว่าจำนวนนักศึกษาที่ทำกิจกรรมที่เข้าสู่สังคมเสียอีก

และนักศึกษาที่ทำกิจกรรม บวกกับนักศึกษาที่เก่งทางด้านวิชาการ กลายเป็นเพียงฝุ่นผงของจำนวนนักศึกษาทั้งระบบที่จบออกมาในแต่ละปี แน่นอนว่าในอนาคต กลุ่มคนที่มีความรู้และประสบการณ์จะมีเพียงหยิบมือ จะต้องมาปกครองประชากรจำนวนมากที่ด้อยคุณภาพ ส่งผลถึงช่องว่างในการได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน (ในสมมติฐานว่า โปรยของมาให้ในจำนวนที่จำกัด ใครมีทักษะหยิบคว้าที่ดี จะได้รับของชิ้นนั้นก่อนผู้ที่มีทักษะด้อยกว่า)

Leave a Reply