วิธีการ : วงคุยเพื่อเคลียร์กัน
Friday, June 29th, 2007ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาประมาณว่า ตอนเตรียมรับเพื่อนใหม่ น้องปี2 ที่เป็นเจ้าภาพ กว่าจะเริ่มทำก็อีก 1 เดือนก่อนงานเท่านั้น ในขณะที่พี่ปีสูง ที่ตอนแรกว่าจะไปเที่ยวไม่ทราบเรื่อง เกิดเป็นห่วงก็เลยลองชวนน้องมาคุย ปรากฎว่าน้องมันก็ไม่ยอมพูดความจริงว่ายังไม่ได้เตรียม แต่แถไปเรื่อย … ก็เลยเป็นเหตุให้งานรับเพื่อนใหม่ดูขลุกขลัก และพี่ๆมีบทบาทมาก และแอบด่าน้องไปบ้าง พี่ๆน้องๆก็เลยไม่เข้าใจกันว่า ทำไมน้องทำแบบนั้น พี่ทำแบบนี้ …
ที่เล่ามาเนี่ย เพราะจะเล่าให้ฟังว่า กระบวนการที่ใช้ (จริงๆแล้วเจอโดยบังเอิญ) ทำยังไงบ้าง … (โดยสรุปเลยทีเดียว)
- แรกสุด คนนำวง(คนกลาง) น่าจะตกลงกันให้ชัดว่า คราวนี้ไม่ได้ให้มาพูดคุยประชดแดกดันกัน แต่ให้มาเพื่อความสมานฉันท์ ทุกคำถาม เป็นคำถามเพื่อให้เข้าใจกัน … เมื่อคนหนึ่งพูดให้ฟังให้จบ แล้วตัวค่อยพูด …ใช้หูมากๆ ใช้ปากน้อยๆ
- จากนั้นก็ให้แต่ละฝักฝ่าย ช่วยเล่าให้ฟังว่า ตลอดเส้นทางเดิน ตั้งแต่วันที่เตรียมรับน้องมาจนถึงวันนี้ ตัวเองทำอะไรบ้าง เจออะไรบ้าง รู้สึกอะไรบ้าง
- (หลักของมันเหมือนกับภาพยนตร์ที่ฉายชีวิตของแต่ละตัวละครให้ชัดเจน เพราะเวลาเราเจอคนอื่น เราก็เห็นเขาแค่ตรงนั้น แต่เราไม่เคยรู้ว่า พื้นฐาน ประสบการณ์ เรื่องราวที่เขาเจอก่อนหน้านั้นเป็นอย่างไร … เราเลยไม่เข้าใจเขา ทำแบบนี้น่าจะเข้าใจขึ้น)
- หากประเด็นส่วนใดที่เราแอบรู้ว่าเป็นจุดที่เป็นข้อขัดแย้ง อาจจะขอให้แต่ละฝ่ายเล่าตรงช่วงนั้นโดยละเอียดสักนิด
- เมื่อจบช่วงเล่า จะเข้าช่วงตั้งกระทู้ถาม คือ
ตอนแรกเมื่อฟัง น่าจะเข้าใจกันมากแล้ว หากมีส่วนที่ยังติดใจ ไม่เข้าใจกัน ให้ยกมือถามได้ และคนที่ถูกถามก็บอกให้เข้าใจกัน - ท้ายที่สุด ก็ check ทุกคนในวงเลย ไม่ว่าจะพิพาทหรือไม่ก็ตาม ว่าก่อนเข้า รู้สึกอย่างไร และตอนนี้รู้สึกยังไงแล้วบ้าง
สำหรับวงวันนั้น ผ่านไปโดยสมานฉันท์ พอทุกๆคนทบทวนและเล่าเรื่องของตนเอง แต่ละคนดูจะตระหนักรู้ และยอมรับในส่วนที่ตนผิดพลาดโดยปริยาย มีการขอโทษกัน และพูดกันตรงๆว่าส่วนใดรับได้ รับไม่ได้ อยากให้พี่ ให้น้องทำอะไรอย่างไร
ส่วนคนที่แลกเปลี่ยนตอนหลัง ที่เป็นช่วง check อารมณ์ ตอนท้าย โดยรวมก็โอเคมากๆ บางคนก็ให้ข้อคิด บางคนที่ไม่เคยเห็นพูดเลย หรือน้องที่เห็นปกติก็สวยอย่างเดียว แกก็พูดจาดีให้แง่คิด …
เรื่องนี้ผมก็สรุปไปว่า จะไม่เกิดปัญหาเลยถ้า
- เราทุกคน ซื่อสัตย์ ต่อตนเองและคนอื่น …. แม้บางทีเราทำพลาด และการซื่อสัตย์ทำให้เรารับผลของการกระทำนั้น ..มันจะเสียหายอะไร เราก็ต้องรับผิดชอบผลนั้น และเรียนรู้ที่จะไม่ทำอีก
- เราต้องเชื่อว่า ทุกๆคนในกลุ่มปรารถนาดี แต่วิธีการแสดงออกอาจจะไม่เหมือนกัน …. ปรารถนาดี ใช่ว่าจะต้องทนกับพฤติกรรมที่เราไม่ชอบ … ไม่ชอบก็ต้องบอกกัน บนฐานของความปรารถนาดี …
ก็คงต้องดูกันต่อว่ากระบวนการนี้จะให้ผลดีจริงมั้ย จากวงนี้ และถ้าใครทดลองแล้วได้ผลอย่างไรบอกด้วยเน้อ