สิ่งที่ทุกๆคนต้องทำจริงๆคือ ?
อ่านดูคอมเมนต์ของทุกๆคนแล้วทำให้รู้สึกดีครับ ว่า ทุกๆคนดูกระตือรือร้น ที่อยากจะเห็นอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นใน item ของเราครับ …
เลยทำให้คิดถึงสิ่งที่ทุกๆคนต้องทำ
- อันแรกสุดเลย เมื่อทุกคนมี Job description ของตัวเองแล้ว ควรจะวางว่า ใน 3 เดือนนี้เราจะทำอะไรบ้างเพื่อให้งานของเราบรรลุตามที่ระบุไว้
- วางแผนแล้ว ลองทำเป็นแผนการมาครับ ทำเป็น proposal เล็กๆ พร้อม gant chart ด้วยก็ได้ + งบที่อาจจะต้องใช้ เพื่อให้เลขาธิการของเราเก็บไว้เป็นข้อมูล จะได้ส่งต่อให้คนใหม่ๆในอนาคตได้ง่ายขึ้น และเขาจะได้เข้าใจเจตนารมย์ของเราด้วยครับ
- แล้วก็ทำ ถ้าเกิดจะต้องตัดสินใจอะไร หรืออยากได้ไอเดียก็ลองสอบถาม วางแผน และคุยกันกับเพื่อนพี่น้อง
- อย่ามาทำเวลามาประชุมนะครับ … ทำมาก่อน ตอนประชุมมาเล่าสู่กันฟัง ถ้าต้องการความเห็นหรือกำลังคนก็บอกกันตอนนั้น
ที่เขียนไว้ข้างต้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ต้องทำ
ที่สำคัญรองลงมา ก็คือ สิ่งที่ทุกๆคนกำลังทำอยู่ ครับ คือ
- พูดคุย ดูแลสารทุกข์สุขดิบกัน ชีวิต ความรู้สึก ฯลฯ
- เสนอความคิดเห็นในงานของเพื่อนอีกคนหนึ่ง … ซึ่งก็เป็นเรื่องดีมากๆ …. คนที่รับความเห็น ก็ควรจะ ขอบคุณ ที่เพื่อนๆช่วยบอกความเห็นอันเป็นประโยชน์ต่องานของเรา ที่เราอาจจะนำไปปรับใช้ได้ — คนที่นำเสนอความเห็น ก็เป็นสิ่งดีแล้วครับ … แต่ก็ต้องสำเหนียกว่า มันเป็นอำนาจการตัดสินใจและรับผิดชอบของคนที่ดูแลงานตรงนั้นครับ :)
ฉะนั้น ท้ายที่สุด การที่เราจะทำงานไปด้วยกันได้โดยราบรื่น ไม่กระทบกระทั่ง หรือสับสนกันในเรื่องบทบาทหน้าที่ ก็คือ ทำหน้าที่ตัวเองให้เต็มที่ เอาความเห็นอื่น มาเป็นตัวเสริมงานเรา … ดูแลสารทุกข์สุขดิบกัน ….
June 28th, 2007 at 3:04 pm
เสนออีกนิด
เนื่องจากว่าแต่ละคนยังคงมีภาระงานที่ต้องทำกันอยู่ บ้างก็ต้องเรียน บ้างก็ต้องทำงาน
ส่วนคนที่รับตำแหน่งประจำจริงๆ ก็ยังไม่เห็นว่าได้ทำงานกันตามเวลาที่กำหนด
ไม่ใช่เพราะใครขี้เกียจหรืออย่างไร แต่เนื้องานมันไม่มากพอที่จะต้องทุ่มเวลา
5 วันต่อสัปดาห์ในการทำงานนั้นๆ เสียหน่อย
และที่หวั่นเกรงก็คือ ตอนนี้ item กำลังนับเวลาถอยหลัง
เพราะค่าใช้จ่ายมันพอมีเหลือแค่ไม่เกิน 3 เดือนแน่ๆ
และท่านชล น้องเติ้ล ก็มีแผนจะไปเรียนต่อนอก ซึ่งเราต้องขาดคนทำงานอีก
ดังนั้น การลงหลังปักฐานด้วยโครงการขนาดใหญ่ที่จะหล่อเลี้ยงการทำงาน
จึงมีความสำคัญมากกว่าโครงการย่อย
ยกตัวอย่างที่ idea เคยคิดจะของบจากศูนย์คุณะรรมขนาดใหญ่มาเลี้ยงองค์กร
แต่สุดท้ายไม่มีใครได้ทำ ไม่เคยได้คิดวางแผนใหญ่ขนาดนั้น
เพราะเอาเวลามาลงโครงการรายย่อยที่ได้เงินก่อนมากกว่า
นั่นก็หมายถึงว่าเราต้องเหนื่อย ปากกัดตีนถีบ ใช้เงินเดือนชนเดือน
ซึ่งประเด็นนั้นน่าจะสำคัญกว่าการลงรายละเอียดของแต่ละฝ่าย
เพราะงานในแต่ละฝ่ายจะไม่ได้เริ่มต้น ถ้าไม่มีโครงการขนาดใหญ่มารับ