วิธีการ : วงคุยเพื่อเคลียร์กัน

ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาประมาณว่า ตอนเตรียมรับเพื่อนใหม่ น้องปี2 ที่เป็นเจ้าภาพ กว่าจะเริ่มทำก็อีก 1 เดือนก่อนงานเท่านั้น ในขณะที่พี่ปีสูง ที่ตอนแรกว่าจะไปเที่ยวไม่ทราบเรื่อง เกิดเป็นห่วงก็เลยลองชวนน้องมาคุย ปรากฎว่าน้องมันก็ไม่ยอมพูดความจริงว่ายังไม่ได้เตรียม แต่แถไปเรื่อย … ก็เลยเป็นเหตุให้งานรับเพื่อนใหม่ดูขลุกขลัก และพี่ๆมีบทบาทมาก และแอบด่าน้องไปบ้าง พี่ๆน้องๆก็เลยไม่เข้าใจกันว่า ทำไมน้องทำแบบนั้น พี่ทำแบบนี้ …

ที่เล่ามาเนี่ย เพราะจะเล่าให้ฟังว่า กระบวนการที่ใช้ (จริงๆแล้วเจอโดยบังเอิญ) ทำยังไงบ้าง … (โดยสรุปเลยทีเดียว)

  • แรกสุด คนนำวง(คนกลาง) น่าจะตกลงกันให้ชัดว่า คราวนี้ไม่ได้ให้มาพูดคุยประชดแดกดันกัน แต่ให้มาเพื่อความสมานฉันท์ ทุกคำถาม เป็นคำถามเพื่อให้เข้าใจกัน … เมื่อคนหนึ่งพูดให้ฟังให้จบ แล้วตัวค่อยพูด …ใช้หูมากๆ ใช้ปากน้อยๆ
  • จากนั้นก็ให้แต่ละฝักฝ่าย ช่วยเล่าให้ฟังว่า ตลอดเส้นทางเดิน ตั้งแต่วันที่เตรียมรับน้องมาจนถึงวันนี้ ตัวเองทำอะไรบ้าง เจออะไรบ้าง รู้สึกอะไรบ้าง  
  • (หลักของมันเหมือนกับภาพยนตร์ที่ฉายชีวิตของแต่ละตัวละครให้ชัดเจน  เพราะเวลาเราเจอคนอื่น เราก็เห็นเขาแค่ตรงนั้น แต่เราไม่เคยรู้ว่า พื้นฐาน ประสบการณ์ เรื่องราวที่เขาเจอก่อนหน้านั้นเป็นอย่างไร … เราเลยไม่เข้าใจเขา ทำแบบนี้น่าจะเข้าใจขึ้น)
  • หากประเด็นส่วนใดที่เราแอบรู้ว่าเป็นจุดที่เป็นข้อขัดแย้ง อาจจะขอให้แต่ละฝ่ายเล่าตรงช่วงนั้นโดยละเอียดสักนิด
  • เมื่อจบช่วงเล่า จะเข้าช่วงตั้งกระทู้ถาม คือ
    ตอนแรกเมื่อฟัง น่าจะเข้าใจกันมากแล้ว หากมีส่วนที่ยังติดใจ ไม่เข้าใจกัน ให้ยกมือถามได้ และคนที่ถูกถามก็บอกให้เข้าใจกัน
  • ท้ายที่สุด ก็ check ทุกคนในวงเลย ไม่ว่าจะพิพาทหรือไม่ก็ตาม ว่าก่อนเข้า รู้สึกอย่างไร และตอนนี้รู้สึกยังไงแล้วบ้าง

สำหรับวงวันนั้น ผ่านไปโดยสมานฉันท์ พอทุกๆคนทบทวนและเล่าเรื่องของตนเอง แต่ละคนดูจะตระหนักรู้ และยอมรับในส่วนที่ตนผิดพลาดโดยปริยาย มีการขอโทษกัน และพูดกันตรงๆว่าส่วนใดรับได้ รับไม่ได้ อยากให้พี่ ให้น้องทำอะไรอย่างไร 

ส่วนคนที่แลกเปลี่ยนตอนหลัง ที่เป็นช่วง check อารมณ์ ตอนท้าย โดยรวมก็โอเคมากๆ บางคนก็ให้ข้อคิด บางคนที่ไม่เคยเห็นพูดเลย หรือน้องที่เห็นปกติก็สวยอย่างเดียว แกก็พูดจาดีให้แง่คิด … 

เรื่องนี้ผมก็สรุปไปว่า จะไม่เกิดปัญหาเลยถ้า

  1. เราทุกคน ซื่อสัตย์ ต่อตนเองและคนอื่น …. แม้บางทีเราทำพลาด และการซื่อสัตย์ทำให้เรารับผลของการกระทำนั้น ..มันจะเสียหายอะไร เราก็ต้องรับผิดชอบผลนั้น และเรียนรู้ที่จะไม่ทำอีก
  2. เราต้องเชื่อว่า ทุกๆคนในกลุ่มปรารถนาดี แต่วิธีการแสดงออกอาจจะไม่เหมือนกัน …. ปรารถนาดี ใช่ว่าจะต้องทนกับพฤติกรรมที่เราไม่ชอบ … ไม่ชอบก็ต้องบอกกัน บนฐานของความปรารถนาดี …

ก็คงต้องดูกันต่อว่ากระบวนการนี้จะให้ผลดีจริงมั้ย จากวงนี้ และถ้าใครทดลองแล้วได้ผลอย่างไรบอกด้วยเน้อ

 

One Response to “วิธีการ : วงคุยเพื่อเคลียร์กัน”

  1. Gab Says:

    ได้มีโอกาสการนำเครื่องมือชุดนี้ไปใช้ ตอนไปค่ายรับน้องของภาควิชาตัวเองที่ผ่านมาไม่นาน พบว่า เครื่องมือชุดนี้ จะใช้ไม่ค่อยได้ผลเมื่อ
    1.ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พยายามแถเพื่อให้ตัวเองรอด อย่างรุนแรง พยายามคิดคำโกหก ตั้งแต่ก่อนการเริ่มวงคุย จนกระทั่งในวงคุยต่อหน้าผู้นำคุย (บังเอิญจับได้ว่าน้องโกหกแบบต่อหน้าต่อตา เลือดขึ้นหน้ามาก)
    2.ทั้งสองฝ่าย ไม่พยายามที่จะปรับความเข้าใจกัน แต่ต้องการที่จะรอดจากการถูกพวกรุ่นพี่ติเตียน
    3.ผู้นำในวงคุย ที่ขาดประสบการณ์ ทำให้พยายามจะรวบรัดประเด็น เนื่องจากไม่เห็นประโยชน์จากการสืบสาวราวเรื่อง ทั้งๆที่ มันเป็นการให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนตัวเองอย่างดีที่สุด

    สรุปแล้ว จริงๆแล้วชุดเครื่องมือนี้ มันเป็นชุดเครื่องมือ ที่ไม่สมควรจะนำมันออกมาใช้เลย อย่างที่พี่ชลบอกนั่นแหละ ถ้าทุกๆคน ซื่อสัตย์ต่อตนเอง และผู้อื่นแล้ว มันก็ไม่ต้องเกิดการเคลียร์กันหรอก ไม่ชอบเลยกับการต้องตั้งวงพูดคุยแบบนี้ แต่ก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ น้องก็จะทะเลาะกันต่อไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีก แต่ทำแล้วกลับรู้สึกว่า มันจะไม่ดีขึ้นเลย (เนื่องจาก มีรุ่นพี่อีกกลุ่มหนึ่ง ขาดประสบการณ์ในการนำคุยในเรื่องแบบนี้ แต่ก็ทำเหมือนว่า ตัวเองเชี่ยวชาญ ทำให้วงคุยเปล่าประโยชน์)

    นำไปใช้กันต่อนะครับ จะได้รู้ว่า แบบไหนอีกที่ใช้ได้ดี

Leave a Reply