Archive for July, 2007

การสัมภาษณ์ผู้คนเพื่อลงสื่อต่างๆ

Friday, July 27th, 2007

พอดีช่วงนี้ น้องฝ้ายกำลังช่วย YV ทำจดหมายข่าวของ YV ซึ่งน้องฝ้ายเองต้องสัมภาษณ์ผู้ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมของ YV หลายคน เพือตอบคำถามหลายๆอย่างที่ yv สงสัย เช่น รับข่าวจากไหน ทำไมสนใจ ประทับใจอะไร้บาง เป็นต้น

ในการเตรียมการน้องฝ้ายได้นัดหมายผู้สัมภาษณ์ไปที่ร้านที่สบายๆ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายพอควร

ก่อนสัมภาษณ์น้องฝ้ายได้ลิสต์คำถามทั้งหมดที่ต้องการถามเอาไว้ เพื่อเตรียมที่จะถามผู้สัมภาษณ์ แต่น้องฝ้ายก็มีความกังวลว่าจะสัมภาษณ์ดีหรือไม่อย่างไร น่าสนใจหรือไม่ เค้าจะกล้าพูดกล้าคุยหรือไม่ …

ในวันจริงๆ มีพี่ชล และน้องติ ไปร่วมสัมภาษณ์ด้วย น้องฝ้ายทำการสัมภาษณ์ได้ดี จะติดปัญหาตรงที่การถามอาจจะขาดช่วงขาดตอนไปบ้าง เพราะว่า อาจจะนึกคำถามไม่ออก และคำถามหมดในบางครั้ง  ก็มีพี่ชลกับน้องติ เป็นโฆษณาคั่นเวลาให้ ทำให้การพูดคุยผ่านไปได้อย่างราบรื่น 

วันนี้น้องฝ้ายต้องไปสัมภาษณ์อีกครั้งก็มีความกังวลอีกครั้งเนื่องจากพี่ชลและน้องติไม่ได้ไปด้วย คือ ฉายเดี่ยว 

พี่ชลจึงได้ให้หลักคิดน้องฝ้ายไปดังนี้ว่า

เวลาสัมภาษณ์คนอื่น อย่าไปกังวลเกี่ยวกับคำถาม เทคนิควิธี ความถูกผิดของวิธีการให้มันมากนัก  สิ่งที่เป็นหลักคิดสำคัญ หรือเป็นทัศนคติที่ควรจะมีเวลาสัมภาษณ์คนอื่น หรือสิ่งที่เราต้องตอบและยืนยันกับตนเอง ก็คือ

  1. เราต้องอยากที่จะรู้จักเค้าให้มากขึ้น - ทั้งนี้เพราะการพูดคุย ก็ต้องมีการแนะนำตัวอยู่แล้ว แต่การคุยเรื่องทำความรู้จักเค้ามากขึ้นและทำให้ตัวเราไม่เกร็งในการสัมภาษณ์และเค้าก็จะเริ่มคุยได้สะดวกเพราะมันเป็นเรื่องของเขาเอง — แต่ก็ต้องระวังว่าถ้าสังเกตเห็นสีหน้าความไม่สะดวกสบายใจ ก็ควรจะเปลี่ยนเรื่อง หรือถาม เผื่อว่าเขาไม่สะดวกคุย
  2. เราต้องอยากรู้เรื่องราว รู้ความคิดอ่าน ของเขา - มิใช่เพียงรู้แต่คำตอบของคำถามที่เขาตอบมาเท่านั้น ก็คือ ในคำตอบของผู้ให้สัมภาษณ์นั้น เราคาดเดาได้เพียงเลาๆเท่านั้นเอง ที่เหลือมันต้องไปสดตรงนั้นอยู่แล้ว ฉะนั้น คำถามเราอาจจะwork หรือ ไม่work ก็ได้ สิ่งที่ต้องทำคือต้องเล่นกับคำตอบของเขา ถามต่อ ขุดลงไปให้ลึก หรือลองโยนประเด็นไปตรงอื่นที่เขาอาจจะไม่นึกถึง หรือยกตัวอย่าง สถานการณ์จำลองให้ตอบ ให้เลือกดู เป็นต้น          นอกจากนี้เมื่อเราอยากรู้เรื่องราวของเขา มันจะแสดงออกผ่านทางสีหน้าและท่าทางของเรา ซึ่งจะทำให้ผู้ถูกสัมภาษณ์รู้สึกว่าผู้สัมภาษณ์ให้ความสำคัญกับเขา อันจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีในการพูดคุย
  3. เราต้องอยากให้เขารู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกดีและไว้ใจเวลาคุยกัน - ความตั้งใจตรงนี้จะนำไปสู่ความพยายามในการสังเกตอวัจนภาษาของผู้ถูกสัมภาษณ์ และการพยายามเคารพสิทธิของเขา เช่น ก่อนสัมภาษณ์ และอัดเทปก็ควรจะถามก่อนว่า สะดวกให้อัดเทปหรือไม่  … สังเกตหน้าตา ท่าทาง โทนของการพูดและน้ำเสียง เป็นต้น การคุยที่มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มน่าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการคุยที่ประสบความสำเร็จ

ท้ายที่สุดก็เหมือนหนังจีนกำลังภายใน คือ พวกการฝึกซ้อม เทคนิคกระบวนท่าต่างๆก็ต้องฝึกฝนไว้ แต่เวลาที่สู้จริงๆ “กระบี่ต้องอยู่ที่ใจ” และ “อย่าไปติดกระบวนท่า”  … เมื่อเสร็จแล้วเราจึงกลับมาทบทวนและเรียนรู้สิ่งละอันพันละน้อยจากการสัมภาษณ์ของเรา โดยมีฐานคิดอยู่ที่หลักสามข้อข้างต้นเป็นอย่างน้อย

… แต่ถ้าใครมีหลักมากกว่านี้ก็มาแลกเปลี่ยนกันนะคร้าบ

การเป็นผู้ดำเนินรายการใน 3 ชั่วโมง

Tuesday, July 24th, 2007

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมาได้ไปทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงานเสวนานักเขียนประจำเดือนของ TK Park โดยพูดคุยกับ “พี่จู๋” หรือคุณศิริพรรณ เตชจินดาวงศ์ Copywriter และมือเขียนบทภาพยนตร์ทำเงิน(น้อย) อย่างฟ้าทลายโจร หรือหมานคร ควบตำแหน่งภรรยาของผู้กำกับ (วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง) อีกตำแหน่ง

ความสนุกอยู่ที่ประสบการณ์ในการทำงานเป็นพิธีกรชวนคุย ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้มาทำงานเป็นทางการแบบนี้ หลังจากเป็นพิธีกรงานบันเทิงและกิจกรรมต่างๆ มาซะเยอะ และได้สบโอกาสลองเป็นผู้ดำเนินรายการ จากที่เคยเป็นแค่ผู้ฟังมาหลายหน

การทำงานคราวนี้เนื่องจากเป็นครั้งแรก จึงต้องหาข้อมูลในการเสวนามากหน่อย ทั้งในมุมของประวัติของวิทยากร การทำงานและผลงานของเขา จนไปถึงการเป็นผู้ดำเนินรายการที่ดี ถามอย่างไรถึงจะตรงใจ ชวนพูดชวนคุยอย่างไรถึงไปได้อย่างแนบเนียน

นอกเหนือจากการหาข้อมูลในเน็ตเกี่ยวกับผลงานแล้ว ยังต้องโหลด Podcast การชวนคุยสไตล์ “หนุ่มเมืองจันทร์” มาฟังอีกด้วย เลยได้ประโยชน์ทั้งเนื้อหาสาระในการพูดคุย ไปจนถึงสไตล์ในการซักถาม หรือคำพูดที่นำมาอ้างอิงเพื่อให้มีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขึ้น

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นนั้นจะดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับองค์ความรู้และฐานข้อมูลที่เรามี ถ้ามีประสบการณ์เยอะก็อาจจะช่วยให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ศัพท์บอลเรียกว่า “เก๋าเกม” แต่ถ้าไม่ค่อยมี ก็ต้องพึ่งพิงประสบการณ์ของคนอื่น หรือแหล่งความรู้ที่สามารถสืบค้นได้

ในช่วงท้าย มีพี่นักข่าวจาก Nation ฝากบอกกับพี่ๆ ทีมงานผู้จัดว่า พิธีกรงานนี้ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว มีมุกสอดไส้ไม่ให้น่าเบื่อได้ แต่ยังขาดการวางลำดับของเรื่องราวที่พูดคุยอยู่

สงสัยสิ่งที่นอกเหนือจากความรู้ที่ควรต้องมีแล้ว การเปิดใจให้กว้างที่จะรับสิ่งใหม่ๆ หรือศึกษาความเป็นไป ก็สำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน

องค์ความรู้ในการทำกิจกรรม

Monday, July 23rd, 2007

เนื่องจากประชุมใหญ่ครั้งล่าสุด เราคุยกันเรื่องว่า เราต้องการจะทำ KM ภายในองค์กรอย่างจริงจัง(เสียที ฮ่าๆ) ก็เลยคิดองค์ความรู้ที่น่าจะต้องมีในการทำกิจกรรมกันคร่าวๆ แต่ทีนี้ อยากให้เพื่อนๆพี่ๆ ช่วยกันจัดลำดับ ความสำคัญกันหน่อยครับ โดยแก๊ปมีไฟล์ power point ซึ่งเป็นการ export ออกมาแล้วดูง่ายกว่าตัว word นะครับ อยากให้พี่ๆ จัดเรียงความสำคัญภายในหัวข้อนั้นๆว่า องค์ความรู้ไหนที่สำคัญมากน่าจะมีก่อน ก็ให้จัดเรียงไว้บนสุด แล้วก็ไล่ลำดับลงมานะครับ ตรงไหนที่แก้ไข ก็ใส่เป็นตัวแดงมานะครับ ขอขอบคุณในความร่วมมือ ทำเสร็จแล้วก็ ส่งคืนแก๊ปทาง msn หรือ mail ก็ได้นะครับ (ขอใช้เมล์ใหม่เลยละกัน นะครับ จะได้รู้เลยว่าเป็นเมล์งาน kamron@itemgroup.org นะครับ)

 

knowledgeactivity.ppt

ที่บ้าน…ความคิด…ข้างนอก…ตอกย้ำ

Friday, July 13th, 2007
วันนี้เราตื่นเช้าเหมือนกัน หลายวันแล้วที่ไม่ได้มาเขียนเลย งานเยอะแล้วก็ไปต่างจังหวัดบ่อยด้วย
เช้านี้หลังจากตื่นแล้วจะมาทำภารกิจส่วนตัว ขณะอยุ่ในห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ เราเตรียมที่จะแปรงฟัน
เราใช้ขันตักน้ำขึ้นมาวางไว้สำหรับบ้วนปากเรากำลังยกขันขึ้นมาบ้วนปาก แล้วเราพบว่า ในขันมีเศษหินหรือ
กรวดอะไรสักอย่าง(บ้านเราน้ำสะอาด) ขณะนั้นเราเทน้ำทิ้งทั้งขันเลย เพื่อกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการเล็กๆอันนึง
เท่านั้น เรากลับมานั่งคิดว่าจริงๆแล้วเรา น่าจะเทน้ำที่ดีลงอ่างก่อนให้เหลือน้ำที่ดีให้น้อยที่สุด แล้วค่อย
เททิ้งที่ท่อ
เรื่องนี้ทำให้เราคิดได้ว่าบางที่ คนเราเมื่อคิดว่าอะไรไม่ดีเรา ก็พยายามกำจัดเสีย โดยที่ไม่คิดว่าจะมีอะไรเสียบ้าง
โดยเฉพาะ เรื่องผลประโยชน์ของตนอ่ะ ถ้าเราอยากได้อะไรดีๆ แม้ว่าจะต้องเหยียบย่ำคนดี ก็จะทำ โดยไม่ยั้งคิด
โลกมนุษย์เราน่ากลัว จิตใจเราเองยิ่งน่ากลัว จริงๆ และอีกเรื่องที่คิดได้ สิ่งดีที่ซ่อนอยู่ ทำให้เราคิดว่ามันไม่ดี
ไปเสียหมด เราเชื่อสิ่งที่ตาเรามองเห็นแล้วตัดสินสรุปความดีหรือไม่ดี ด้วยควมคิดชั่ววูปมาก แล้วเราก็ต้อง
มานั่งเสียใจเมื่อเห็นผลลัพธ์ของการแยกแยะไม่ได้ บวกกับอามรณ์ในการตัดสิน
เดี๋ยวจะหดหู่สู้ชีวิตต่อไม่ได้ วันนี้เราไปงานรับปริญญาที่จุฬา เราได้รู้จักพี่คนนึงจากการแนะนำของเพื่อนเรา
พี่อัธยาศัยดีมาก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ พี่เขาถามผมว่าผมทำอะไร ผมบอกว่าผมเป็นอาชีพรับจ้างครับ
(ไม่ได้บอกว่าเป็นNGO เพราะในบัตรประชาชนไทยลงอาชีพ NGO ว่าอาชีพรับจ้าง)พี่ก็ถามต่ออีกอะไร แบบไหน
ตอบไปว่า อ๋อ Freelance ครับรับจ้างไปเรื่อยครับสุดท้ายทนสายต่อใครรู้ไม่ได้ เลยบอกไปว่าเป็น NGO
พี่ก็ถามทำเกี่ยวกับอะไร ก็บอกพี่เขาไปว่ามีหลายแบบ ส่วนตัวเน้นงานพัฒนาเยาวชน ในมหาลัยผ่านการทำกิจกรรม
นอกนั้นก็ทำงานอาสาสมัครบ้าง พี่เขาสนใจมากอยากสอนภาษาอังกฤษให้เด็กรวมทั้งงานอาสาอื่นพี่เขาก็ทำงาน
สอนพิเศษภาษาอยู่เขาจบโท Marketing จากSydney ด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวกับอาชีพที่ทำอยู่เลย แล้วก็พูดพร้อม
กับพี่เขาว่าเรียนทำไมว่ะเนี่ย ทำให้เชื่อว่าคนที่อยากทำงานด้านนี้มีเยอะเหมือนกันน่ะ และคนที่เรียนไปเอาวุฒิ
เฉยๆแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อในชีวิตนี้ช่างเยอะนัก เรายิ่งมั่นใจว่าจะทำงานด้านนี้ให้ติดตลาดให้ได้ โฮะๆ
ให้คนมีงานที่เป็นที่พึ่งทางความฝันให้ได้
เรื่องสุดท้ายที่อยากเล่า คือกำลังนั่งบนรถเมล์อยู่ก็มีน้องผู้หญิงเด็กมหาลัยขึ้นมา แล้วก็มานั่งเบาะด้านหน้าขวามือเรา
ชีเปรี้ยวมากครับ ผมแบบทั้งดัด ทำสี ตัดแบบเกาหลี โหและขาวด้วย555 ขณะนั้นเองเราเหลียวมองทางด้านซ้ายมือ
มีอาอึมท่านนึงกำลังมองเด็กสาวนั้นด้วยความตะลึงอย่างแรง แล้วเขามองลูกสาวเขาที่นั่งอยู่ด้านหน้าเป็นเด็กม.ปลาย
ด้วยสายตาที่กระผมเห็นแล้วเดาว่า ห่วงลูกจะเป็นแบบนั้น และคิดอะไรไปต่างๆนาๆ คนอ่านแล้วก็เอาไปคิดเองน่ะ
ส่วนผมเนี่ยคิดว่า วัฒนธรรมเนี่ยต้องมากพร้อมกับความเข้าใจ ให้คนยุคเก่าเข้าใจสาเหตุที่ทำ และคนที่ทำก็เข้าใจตัวเองว่า
ทำแล้วอะไร หรือทำไปทำไมนั่นเอง แค่นั้นแล้วเลือกที่จะรับในแบบมุมของตัวเอง อย่างมีเหตุผลน่าจะดี55 อย่างผมไม่ตามกระแส
เพราะรู้สึกนิสัยไม่ชอบคิดเหมือนใครเท่าไหร่ และเอาความสบายเป็นที่ตั้ง เลยแต่งได้แค่พื้นๆเท่านั้น
วันนี้ก็ปรัชญาไปมากแล้ว อ่านแล้วอย่าไปเครียดมาก แต่คิดให้มากก็พอครับ
ปล.เหนื่อยงานเยอะด้วย ขี้เกียจจริงๆ

ประกาศค่ะ

Wednesday, July 11th, 2007

ประชุมครั้งถัดไป วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม เวลา 19.00 นะคะ

ส่วนประชุมใหญ่ สำคัญมาก วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 9.30-17.00 นะ

 

สรุปการประชุมค่ะ