คำขอครั้งสุดท้ายก่อนไป…

ขอบคุณบอลที่ช่วยคอมเมนต์เรื่องวัฒนธรรมองค์กรครับ เป็นเรื่องดีมากๆ

อย่างไรก็ดี เมื่อวานจากที่เราได้นั่งฟังประชุมทำให้เราฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร หลักการที่เราต้องยึดถือในการจะเป็นองค์กร หรืออย่างน้อยเป็นองค์กรในช่วงที่ผมจะเป็นผู้อำนวยการอยู่ เพราะเมื่อผมยังเป็นผู้อำนวยการอยู่ ความรับผิดชอบขององค์กรอยู่ที่ผม เพราะฉะนั้นรบกวนทำตามรายการต่อไปนี้ด้วย เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อองค์กรด้วย

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจในการทำงาน ITEM

1. พวกเราไม่ได้เก่งไปกว่าใครเขา - นั่นหมายถึงเวลาทำอะไรเราต้องถ่อมตนให้มาก เรียนรู้จากคนอื่น ฟังให้มากๆ

2. อย่าแถ - พอกันทีสำหรับการแถ นั่นหมายถึง เวลาจะทำอะไรต้องเตรียมตัวให้ดี ถ้าไม่รู้ก็บอกว่า ไม่รู้ แล้วก็ไปทำตัวให้รู้

3. ห้ามเอากระเป๋าเงินตัวเองกับกระเป๋าเงินองค์กรมารวมกัน - เงินที่เอาไว้สำหรับใช้จ่ายในงาน อย่าเอาไปใช้ส่วนตัว เพราะมันจะนำมาซึ่งความซวย หากผู้ใดซวยด้วยเหตุนี้ ขอให้ตัดหางปล่อยวัดไป อย่าไปช่วย แต่ก็อย่าให้ถึงป่านนั้น ขอให้ใช้ความคิด และตระหนักรู้ว่า มันส่งผลต่อตัวองค์กรและคนอื่นๆในองค์กรด้วย กลายเป็นว่าคนอยู่ ITEM จะต้องไม่ซื่อสัตย์ เชื่อไม่ได้ทุกคน

4. ไม่มีความยืดหยุ่นระหว่างเรื่อง “ถูก” และ “ผิด” - แน่นอนว่าเรื่อง ถูกผิด ขึ้นอยู่กับกติกาและบริบทในขณะนั้น แต่ก็ต้องสำเหนียกเอาไว้ว่า เรื่องถูกคือถูก ผิดคือผิด ถ้าเราทำผิด เราย่อมได้รับโทษแน่นอน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าเราพยายามแถไม่ให้โดนโทษ มันก็จะนำเราไปสู่อีกปัญหาหนึ่งซึ่งอาจจะซับซ้อนกว่า ฉะนั้นโดยเริ่มต้นคือ อะไรถูกจงทำสิ่งที่ถูก อะไรผิด อย่าไปทำมัน ถ้าเกิดหาทางที่ถูกในการทำให้บรรลุเป้าหมายไม่ได้แล้ว ต้องคุยกับเจ้าของเงิน เขาจะเป็นคนบอกว่ายืดหยุ่นได้หรือไม่ ไม่ใช่เรา

5. คนที่ยืนหยัดในหลักการความถูกต้องแล้วจงยืนหยัดต่อไป คนที่คิดว่าต้องยืดหยุ่นบ้างให้ดูข้อก่อนหน้านี้ ความยืดหยุ่นบางทีมันก็เป็นข้ออ้างของความมักง่ายเท่านั้น คนที่ยังไม่ยึดหลักการความถูกต้องก็ขอให้คิดว่า อายน้องมันหน่อย น้องมันเข้ามาใหม่ๆ เห็นพี่ทำอะไรผิดๆเลวๆ มันจะไม่เคารพเอา เราจะว่าจะเตือนก็ทำได้ไม่เต็มปาก เราจะไปสอน ให้คำปรึกษาเด็กๆมหาวิทยาลัยในอนาคตก็ไม่ได้ เพราะเราอาจจะไปสอนให้เด็กทำอะไรผิดๆตามเราไปได้

6. เมื่อผิดพลาดก็ขอโทษ - อย่าไปแถเลี่ยงความผิด ฟังอย่างเดียวพอ เมื่อเขาพูดจบแล้วค่อยพิจารณา ถ้าเราไม่ผิดไว้พูดวันหลัง หรือพูดเวลาที่อีกฝ่ายหายโกรธหรือหายมีอารมณ์แล้ว เมื่อเพื่อนทำอะไรดีๆให้ก็ขอบคุณ

7. รู้จักมองผลประโยชน์ระยะยาว มองที่เป้าหมายของงานเป็นหลักในเรื่องการพัฒนาเยาวชน ไม่ว่าจะทำงานของตนเองหรือของคนอื่นก็ตาม มองว่าเราจะได้อะไรไม่ได้อะไรให้น้อย เพราะการทำเราทำอะไรให้คนอื่น ไม่ว่าอะไรก็ตาม อย่างน้อยมันเป็นการลงทุนทางสังคมเอาไว้ เราจะได้มีเครือข่ายที่เราสามารถทำงานและช่วยเหลือเราได้ในอนาคต เป็นการลงทุนมนุษย์ให้องค์กร เพราะยิ่งเราทำมาก ทักษะและประสบการณ์เรายิ่งมาก –อย่าเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ให้มันมากนัก

8. ถ้าอยากทำอะไรใหม่ๆ ที่อาจจะไม่ใช่เรื่องนักศึกษา หรือไม่ใช่เรื่องของการเป็นกลไกการแลกเปลี่ยนเครื่องมือระหว่างองค์กรดังชื่อ ITEM แล้วล่ะก็ อย่ามาเสียเวลาเปลี่ยนองค์กร ITEM เป็นองค์กรอื่นเลย ออกไปตั้งองค์กรและทำงานที่ตนเองอยากทำเถิด ให้ ITEM คงอยู่ตามเจตนารย์ดั่งเดิมเถิด ถ้าไม่มีใครสนใจทำตามเจตนารมย์เดิมก็หยุดมันไว้ ถ้าเจตนารมย์เดิมมันไม่มีประโยชน์แล้วก็ยุบมันทิ้งซะ

9. เวลาทำงานด้วยกัน ประชุมกัน “ตั้งใจฟัง” กันให้มากๆ ปิด Wireless ซะ เมื่อคนอื่นถามคำถาม ให้ฟังว่าเขาถามอะไร ตอบอะไร อย่าไปคิดว่าเข้าใจแล้ว นอกจากจะทำให้โง่แล้ว ยังทำให้เราไม่สามารถคิดอะไรและสร้างสรรค์อะไรไปพร้อมๆกันได้ด้วย (กระบวนการ Dialogue)

10. อย่าถือว่าตัวเองถูกเพราะมีประสบการณ์มากกว่า อย่าปิดประตูหัวใจไม่รับฟังตั้งแต่ต้นเพราะเค้าเด็กกว่าหรืออาจจะเคยถามอะไรที่เรารู้มาก่อน คนแก่กว่าประสบการณ์มากกว่า โง่ๆก็เยอะ โง่เพราะไม่ยอมเปิดกะลาของตัวเอง

ถ้าอ่านแล้วอาจแทงใจใครและทำให้รู้สึกละอายบ้าง ก็ขอให้รู้ว่ายังเป็นคนดีอยู่ เพราะมีความละอายต่อบาป และยังสามารถพัฒนาตนเองได้เพราะเห็นจุดบอดของตนเอง แต่ถ้ายังคิดแก้ตัวน้ำขุ่นๆให้ตนเองอยู่ละก็ ก็คงจะสิ้นหวัง และควรทบทวนบทบาทของตนเองในการทำงานภาคสังคมกับ ITEM นี้ต่อไป

Leave a Reply