Archive for the ‘in ITEM’ Category

ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญในการทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการสร้างผลกระทบเชิงสังคม

Sunday, January 20th, 2008

พอดีช่วยน้องฝ้ายแปลงานสำหรับโครงการ Generation ME ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม จัดวันที่ 27 มกราคม 2551 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จุดที่น่าสนใจ คือ ปัจจัยที่จะทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการสร้างผลกระทบต่อสังคมครับ เผื่อจะใช้ประโยชน์กันได้

AchiTEXT

Toronto, Canada

Url: www.architextinc.com

จำนวนStaff (คำนวนในเฉพาะพนักงานเต็มเวลา) 2

จำนวนอาสาสมัคร 3

สถาปัตยกรรมต้องเข้ามาสู่การปฏิสัมพันธ์กับภาคส่วนต่างๆทั้งหมด และในการหาทางแก้ไขปัญหา เราจะต้องหาหุ้นส่วนที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เปลี่ยนแปลง และสื่อสารคุณค่าของคนในรุ่นของเรา ArchiTEXT เกิดขึ้นจากความต้องการหาเวทีสำหรับมืออาชีพรุ่นใหม่ ที่จะช่วยเชื่อมโยงความต้องการการเปลี่ยนแปลงของพวกเขา และเชื่อมโยงความต้องการนี้กับสายงานด้านสถาปัตยกรรม ซึ่งช่วยเสริมแรงให้เกิดทางแก้ไขปัญหาที่อาจจะดูเกินจริง แต่เป็นไปได้เมื่อเราได้มองปัญหาจากหลายมุมมอง และมาจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ArchiTEXT คือความร่วมมือกันระหว่าง สถาปนิกรุ่นใหม่, นักผังเมือง, นักภูมิศาสตร์, นักออกแบบ, นักข่าวนักหนังสือพิมพ์ , นักสังคมวิทยา และนักประวัติศาสตร์ จากทั่วทุกมุมโลกผู้ซึ่งมองเห็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างจากการใช้งานออกแบบเป็นสื่อกลาง พวกเขาเหล่านี้ทำงานร่วมกันในการออกแบบ สร้างสรรค์ และให้คำปรึกษากับความคิดริเริ่มต่างๆในด้านสถาปัตย และสิ่งแวดล้อม ในการหาทางออกสำหรับประเด็นวิกฤตเกี่ยวกับวิธีการที่เราออกแบบสิ่งแวดล้อมของพวกเราเองนั้น ทีมจะให้ทางออกที่สร้างสรรค์จากหลายมุมมองทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ที่จะสามารถประยุกต์ใช้กับสายงานออกแบบได้ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับทุกภาคส่วนจากงานสถาปัตยกรรมจะเป็นกลจักรสำคัญในการเปลี่ยนแปลง และ ArchiTEXT มุ่งที่จะสร้างและรักษาเวทีในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติและที่ถูกสร้างขึ้น

องค์กรนี้ ตอบสนองการประสานกันของทุกมุมมองในการออกแบบและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น สถาปัตยกรรมที่เหมาะกับบริบทท้องถิ่น (หรือ สถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบอันชาญฉลาด ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง พหุนิยม และเอาบริบทเข้ามาใส่ในการออกแบบ) จะถูกเติมเต็มและทำให้เป็นจริง เมื่อทีมที่ archiTEXT พยายามอย่างเต็มที่ที่จะร่วมมือกับนักวิชาการและนักคิดรุ่นเยาวในการนำองค์ประกอบที่สำคัญสู่การสถาปัตยกรรมใหม่ข้างต้นร่วมกัน

ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญในการทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการสร้างผลกระทบเชิงสังคม

1. หมั่นเยี่ยมชมงานนิทรรศการ

2. ซื้อหนังสือ

3. ดูหนัง

4. เป็นหุ้นส่วนกับบริษัท NGOs นักลงทุน ภาครัฐและเอกชน

5. มีการสนับสนุนด้านสื่อในระดับโลก

6. ปัจจัยพื้นฐานด้านอินเตอร์เนตที่รองรับ และจัดการสมาชิกขนาดใหญ่ และโครงการติดตามผลแบบออนไลน์ที่ซับซ้อนได้

Year: 2006

Name of Award : NUFF Global Ideas Competitions

Awarded by : NUFF Global/TviBit

Awarded for : Innovative Idea on Affecting Environmental Change

http://www.globalknowledge.org/ysef07/applicationform/registration_form.cfm?action=judgeViewAll&regid=80&projectid=1

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ Innovation จาก Blog ของพี่สุนิตย์

Thursday, January 3rd, 2008

http://dreaminfection.com/?p=17

อันนี้คือ Link ครับ …?พี่สุนิตย์ เป็นรุ่นพี่ BE ก่อนผมสัก 2 ปีได้ เป็นมนุษย์ประหลาดหนึ่งนามที่มีศักยภาพในด้านของการเป็น Visionary มากๆ สิ่งที่เขาเขียนน่าจะช่วยเปิดแนวคิดให้กับงานของเราได้ไม่มากก็น้อย

Blog อันนี้ใช้ชื่อว่า “กระบวนการสร้างนวัตกรรมจากกลุ่มคนที่หลากหลาย สไตล์ Strategos ที่คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเปิดมุมมองพวกเราทุกคนได้เพราะว่า งานที่เราต้องการทำนั้นจำเป็นต้องมีการสร้างกระบวนการใหม่ๆ จากคนที่มาจากพื้นที่ที่หลากหลายเช่นกัน การได้หลักตรงนี้น่าจะทำให้พวกเราสามารถนำไปใช้ในการปรับกระบวนการทำงานของเราให้เหมาะ และสามารถดึงพลังความหลากหลายมาหลอมรวมเป็นนวัตกรรมใหม่ๆได้

สวัสดีปีใหม่พา…(ขอไร้สาระ)

Monday, December 31st, 2007

พา…สุขสันต์

พา…ราเซตามอน

พา…รากอน

พา…เยาว์

พา…ไปชิม

พา…หนะ

พา…โชคดี

พา…พาย่า

พา…กินสัน

พา…หุง

พา…ใจฉันลอยไปหาเธอ

ปล.ถ้าว่างกันก้ต่อกันเข้าไปน่ะครับ

ไอเดียเด็ดๆ ที่น่าจะทำได้จริง คัดกรองจากหนังสือ “ต้นไม้ใต้โลก”

Thursday, November 15th, 2007

ต้นไม้ใต้โลก

 

พูดได้คำเดียวว่า อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ขนลุก

 

แต่ไฟล์ที่อุตส่าห์ย่อและขยำมันแล้ว ก็ยังยาวถึง 4 หน้ากระดาษ

จัดการแบบง่ายๆเลย เอามาแปะเอาไว้ อยากให้โหลดมันไปอ่านกัน

 

ลองกันดูเน่อ ใช้เวลาสักหน่อยนะครับ แต่จะได้อะไรดีๆจากมันเยอะเลย

 

ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี

 

 

การทำงานกับเยาวชน: มุมมองจาก development studies

Tuesday, October 23rd, 2007

แหม ไม่ได้เข้ามาตั้งนานเห็นมีแต่คนโพสต์เรื่องความรู้ เลยถือโอกาสโพสต์บ้าง เพราะวันนี้ไปเรียนวิชา Gender and Rural Livelihood (เพศสภาพและความเป็นอยู่ในชนบท) แล้วเห็นว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องกันอยู่ในเชิงของการทำงานพัฒนา

อาจารย์วันนี้เป็นอาจารย์ได้สังคมวิทยา ชื่อ Christine Okali พูดถึงเรื่อง วิถีชีิวิต และความสำคัญของสถาบันและองค์กรของมนุษย์ (Livelihood perspective: look at institution and human agency)  มีสองส่วนที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง ส่วนแรกเป็นการทำงานด้านการพัฒนา และส่วนที่สอง ก็…เอ่อ ก็เป็นการทำงานด้านการพัฒนาเหมือนกัน แต่จะเน้นลงไปที่การสร้างกลุ่มที่จะขยายแนวคิดนั้นๆต่อไป -_-’

ประเด็นแรก อาจารย์เค้ายกตัวอย่างตอนเค้าทำงานในแอฟริกา ไปอบรมเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคการทำการเกษตรให้กับชาวบ้านเป็นเวลา 1 สัปดาห์ พอผ่านไปวันที่ 3 กระทั่งคนที่อบรมก็เริ่มเซ็ง เลยเปลี่ยนประเด็นการอบรม เนื่องจากคนเข้าอบรมเป็นผู้หญิง จึงเปลี่ยนมาคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องเกี่ยวกับ การเลี้ยงและการดูแลลูกแทน ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนอาจจะเชื่อมเข้าประเด็นเดิมด้วย

สิ่งที่สำคัญก็คือ เขาว่า การทำงานพัฒนานั้น มันต้องดูที่ “ชีวิตคน” เป็นหลัก มิใช่มุ่งแต่จะให้เทคนิคเค้าถ่ายเดียว … และถ้าความเข้าใจของตนเองขยายต่อ ก็คือว่า ชีวิตคนนั้นเป็นแกนหลัก ของงานพัฒนา ถ้าจะให้้เทคนิค ก็ต้องมีความสอดคล้องเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์กับชีวิตของเขาด้วย

ฟังแล้วนึกถึงตอนตัวเองทำ เพราะจะเป็นประเภทเน้นเทคนิค และวิธีการมาก … ในขณะที่พี่ๆทาง idea ก็จะเน้นเรื่องชีวิตมากเหมือนกัน เราจะรู้สึกได้ถึงชีวิตชีวา และพลังจากงานของ idea แต่ในขณะเดียวกันก็ขาดความยั่งยืน เพราะเหมือนเติมน้ำไว้เต็มเขื่อน แต่ไม่รู้จะระบายไปใช้ประโยชน์อะไรทางไหน เพราะมิได้มีทักษะหรือเป้าประสงค์ที่ชัดเจนลองรับ ..(คือ ไม่มีคลองชลประทาน หรือส่วนอื่นๆให้ใช้ประโยชน์จากพลังน้ำ)  …?ในที่พวกเราทำก็ตรงข้ามกันเลยทีเดียว ถ้เาเปรียบเทียบคือ ทุกอย่างเชิงเทคนิค ค่อนข้างพร้อมแล้ว แต่ดันไม่มีน้ำซะนี่ … พลังที่เราเห็นจากงานที่เราทำค่อนข้างน้อย แต่หนักแน่นด้านเทคนิค

ฉะนั้น จำเป็นมากที่จะต้องใช้เป็นหลักใหญ่ ว่า ในการทำงานกับนักกิจกรรม ก็ควรจะใช้ “ชีวิตนักศึกษา/ชีวิตนักกิจกรรม” ของเขาเป็นแกนหลักในการทำงานพัฒนากับเขา … ทำอย่างไร ชีวิตนักศึกษาและชีวิตนักกิจกรรม ของเขาจะพัฒนาขึ้นด้วย มิใช่มุ่งแต่พัฒนา “ตัวกิจกรรม” ถ่ายเดียวและลืมตรวจสอบว่า “ตัวกิจกรรม” ส่งผล ต่อ “ชีวิตนักศึกษา” อย่างไร … ในการเทรนนิ่งก็เช่นเดียวกัน

ประการที่สองคือ เราเคยสงสัยว่า ทำไมเราจัดค่าย พยายามสร้างกลุ่ม หรือเครือข่าย แต่ทำไมมันถึงไม่เกิด ไม่โตหว่า … (อันนี้พูดถึงงานสหกรณ์ความคิดเป็นตัวอย่างนะ) .. ในขณะที่เวลามีค่ายของ idea นั้น เราจะสังเกตุเห็นความเหนียวแน่นของกลุ่มหลังค่ายได้มากกว่าโดยเปรียบเทียบ … วันนี้รู้สึกว่าจะมีความกระจ่างแจ้งในใจจากการเรียนวิชานี้ ที่ไขปริศนาดังกล่าว

เรื่องที่เรียนเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Norms (บรรทัดฐาน) ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ กฎกติกาไม่เป็นทางการ หรือ อาจเรียกว่าเป็นความตระหนักรู้ก็ว่าได้ เช่น พวกทำงานเรื่องสิทธิ์ ก็จะตระหนักรู้เรื่องสิทธิมาก และในกติกาของตนก็ยอ่มเน้นเรื่องสิทธิเช่นกัน… Norms บวกกับเป้าหมายร่วมกัน  (common goal) และโครงสร้าง  (structure-ตำแหน่งหน้าที่ ใครทำอะไร ใครมีตัดสินใจ ฯลฯ ในกลุ่มคนเหล่านั้น)  จะนำมาซึ่งพฤติกรรม และแนวปฏิบัติหนึ่งๆ

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากมุมมองนี้ คือ ค่ายของ idea จริงๆแล้วคือ ค่ายพี่เป็ด ได้มีการสร้าง Norms หรือบรรทัดฐาน ขึ้นในใจของเด็กๆที่มาค่ายเสมอ เช่น เรื่องการทำความดี … เรื่องกตัญญู ฯลฯ ซึ่งในทางหนึ่ง ก็ทำให้เกิดความเป็นพวกเดียวกันสูง และพยายามหาหรืออยากร่วมกิจกรรมที่สอดคล้องกับบรรทัดฐานดังกล่าว … บรรทัดฐานดังกล่าวถูกเน้นอย่างมากในทุกๆกิจกรรม โดยเฉพาะผ่านกิจกรรมช่วงกลางคืน

ในมุมทางฝั่งกิจกรรมของเรานั้น เน้นไปในทางการทำโครงสร้าง (Structure- ใครทำอะไร ใครตัดสินใจ ฯลฯ) ให้ชัดเจนมากกว่า แต่เรามิได้มีการสร้างหรือเน้นย้ำบรรทัดฐาน (Norms) ที่สำคัญลงไปให้ชัด และที่สำคัญกว่านั้นคือ ทำยังไงกันแน่ในการย้ำบรรทัดฐานเหล่านี้ …

ซึ่ง ในท้ายที่สุด อาจเขียนเป็นสมการเล่นๆว่า กลุ่มที่เข้มแข็ง = โครงสร้างที่ชัดเจน + บรรทัดฐาน/ความเชื่อของกลุ่มที่ชัดเจนด้วย (+เป้าหมาย หากจะเป็นกลุ่มที่ทำอะไรหวังผล)
เห็นสมการนี้เลยนึกถึงตัวอย่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ใกล้ตัว คือ ITEM ของเรานั่นเอง โครงสร้างเราชัดพอควรเลย และเราเน้นย้ำความเชื่อ บรรทัดฐาน และเป้าหมายของเรา มากพอจนทำให้เราไม่ไขว้เขวในเป้าหมายและคุณค่าต่างๆที่เรายึดถือ

สิ่งนั้นยังขาดในงานอย่างสหกรณ์ความคิด และผมคิดว่านี่คือหลักสำคัญ สองประการในการทำงานพัฒนากิจกรรมนักศึกษาของเราครับ